|
โครงการ Road Show “Knowledge Delivery to School” (ส่งความรู้สู่โรงเรียน) ครั้งที่ 12 หัวข้อ : ส่งเสริมเด็กเก่ง สร้างสรรค์เด็กดี วันที่ 31 สค.53 โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ เวลา 13.30-16.00 น. นักเรียน ม.6 จำนวน 300 คน วิทยากรโดย คุณ หนูดี คุณนีน่า พิธีการรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง, ดีเจบอย คลื่น Virgin Hitz 95.5, คุณพศิน (ผู้แทนแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิก ปี 2553 ซึ่งได้รับเหรียญทองค่ะ)
ครั้งนี้ ทีมงานวิชาการดอทคอมได้ไปทำกิจกรรมที่โรงเรียนหญิงล้วนค่ะ น้องๆ น่ารักมาก หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักสะสวย นั่งฟังอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เก็บเกี่ยวความรู้ที่ได้รับไปอย่างตั้งอกตั้งใจ และ มิส (คุณครูที่นี่เรียก มิส ค่ะ) ใจดีทุกท่านเลยค่ะ
ร่วมเก็บเกี่ยวความรู้และเคล็ดลับเทคนิคการเรียนการสอบต่างๆ ได้เลยค่ะ
 คุณหนูดี – วนิษา เรซ การศึกษา ปริญญาตรี เกียรตินิยมด้านครอบครัวศึกษา Family Studies มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ คอลเลจพาร์ค สหรัฐอเมริกา ปริญญาโทเกียรตินิยมด้านวิทยาการทางสมอง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านอัจฉริยภาพ (คนเดียวในไทย) ผู้ชนะล้านที่ 15 รายการ "อัจฉริยะข้ามคืน" ประธานกรรมการ บริษัท อัจฉริยะสร้างได้ จำกัด www.geniuscreator.com ผู้อำนวยการโรงเรียนวนิษา www.vanessa.ac.th
เทคนิคการจัดการเวลา หรือ กฎการจัดการเวลา คนที่ประสบความสำเร็จของทุกๆ เรื่องจะเห็นได้ว่า ปฏิบัติตามกฎ 20:80 ยกตัวอย่างในบางเรื่อง จะเป็น สิ่งที่เราต้องทำจริงๆ 20 % และเรื่องไร้สาระ 80% คนที่ประสบความสำเร็จจะเลือกทำ 20% ที่เราต้องทำจริงๆ ก่อน ในขณะที่เราจะเลือกทำเรื่องไร้สาระก่อน ทำให้ละเลย สิ่งที่เราต้องทำจริงๆ ไป ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องลองปรับมาลงมือทำที่ต้องทำจริงๆ ก่อน เช่น ต้องทำการบ้าน อ่านหนังสือ ทบทวน 20% ส่วนการเช็คเมล์ แชทกับเพื่อน ถือเป็น 80% เป็นต้น
เทคนิคการเก็งข้อสอบ - เข้าห้องเรียนทุกครั้ง นั่นเป็นทางลัดที่สุด เพราะใน 1 วิชา มีเนื้อหาสาระมากมาย การเข้าห้องเรียนจะทำให้ทราบว่า อาจารย์จะเลือกตรงไหนมาสอน นั่นคือ เนื้อหาความสำคัญของวิชานั้นๆ - สังเกตว่าอาจารย์พูดเนื้อหาตรงไหน หรือย้ำเน้น ตรงไหน เพราะอาจารย์จะพูดในสาระสำคัญเสมอ และนั่นคือ ข้อสอบ
เทคนิคการเรียนดี - หยุดการ online โดยสิ้นเชิง จนกว่าเราจะควบคุมตัวเองได้ หรือ online เพื่อหาข้อมูลทางวิชาการเท่านั้น เพราะเราจะเบนความสนใจไป ขอเช็คเมล์นิดหน่อย เข้าเว็บไซต์เพื่อการพักผ่อน เล่นเกมอีก ทำให้เสียเวลาไปโดยใช่เหตุ หากต้องการเช็คเมล์หรือเข้าเว็บเพื่อการพักผ่อน ควรตั้งเวลานาฬิกาปลุกไว้ จำกัดเวลา สัก 15 นาที แล้วหันกลับมาสนใจการเรียน อ่านหนังสือต่อไป - งดการใช้โทรศัพท์เพื่อสังคมครั้งละนานๆ เรามักจะเสียเวลาคุยโทรศัพท์กับเพื่อน แฟน เพื่อการสังคม ขอให้แจ้งเพื่อนๆ ทุกคน และแฟนล่วงหน้าว่า เราต้องท่องหนังสือเตรียมสอบ ไม่สามารถคุยโทรศัพท์ครั้งละนานๆ ได้ หากนานเกินไป ให้ช่วยเตือนด้วย ซึ่งได้ผลดี เพราะเพื่อนจะช่วยเตือนจริงๆ ว่าคุยนานแล้ว ควรวางสาย และอ่านหนังสือได้แล้ว - เมื่อเราได้หนังสือเรียนมาตอนต้นเทอม เราควรอ่านหนังสือตั้งแต่ต้นเทอม ทำให้เมื่อปลายเทอมเราจะมีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างสบายๆ
เทคนิคการอ่านหนังสือ - วันแรกของเปิดเทอมให้ตั้งหนังสือทั้งหมดทุกเล่ม แล้วอ่านตั้งแต่วันแรกเลย - ทำปฏิทินการท่องหนังสือ ติดไว้ที่โต๊ะหนังสือ หัวนอนหรือที่เห็นสะดวก โดยซื้อหรือทำปฏิทินที่เป็นตารางแบบใหญ่มาสามารถเขียนตัวหนังสือได้ มาก โดย 1 ปี แบ่งเป็น 4 เดือน / 4 เดือน / 4 เดือน ระยะเวลา 1 เทอม มีทั้งหมด 4 เดือน ให้ติดไว้ทั้ง 4 เดือน เราจะเห็นวันเสาร์ อาทิตย์ในแต่ละเดือน ให้วางแผนว่าจะทำอะไรบ้าง เช่น อ่านหนังสือ ทำแบบฝึกหัด ทำกิจกรรมอื่นๆ เราจะมองภาพรวมของแต่ละเทอมได้ชัดขึ้น - หากทราบกำหนดสอบปลายภาคของแต่ละเทอม เราสามารถคำนวณย้อนหลังในการวางแผนอ่านหนังสือสอบได้ด้วย มหาวิทยาลัยในต่างประเทศจะแจ้งตารางสอบให้ทราบตั้งแต่วันแรกที่เรียน แต่มหาวิทยาลัยในประเทศไทยอาจจะมีบางแห่ง หากเราได้รับแจ้งวันสอบ น้องๆ วางแผนล่วงหน้าการดูหนังสือย้อนหลังได้เลย
การทำให้ความรู้เป็นความทรงจำระยะยาว สมองมีความทรงจำระยะสั้น และระยะยาว ความทรงจำระยะสั้น ยกตัวอย่างเช่น เราท่องจำ อ่านหนังสือ ข้ามวันข้ามคืน โดยไม่นอนเลย แล้วไปสอบ ทำคะแนนได้ดี แต่ภายใน 1-2 สัปดาห์ลืมเนื้อหาหมด เพราะสมองจำข้อมูลได้ไม่เกิน 7 ข้อมูล นอกจากน้องๆ จะจดบันทึกแล้วนำมาอ่านทบทวน การอ่านซ้ำๆ จะทำให้ความรู้อยู่ในความทรงจำระยะยาว
สมองจะบันทึกความจำไว้ในเวลาที่เราหลับ ยิ่งเราหลับลึกจะทำให้จำได้ดี น้องๆ ควรพักผ่อนนอนหลับไม่เกิน 4 ทุ่ม ประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ควรสรุปงานต่างๆ เพื่อนอนให้ได้ภายในเวลา 4 ทุ่ม และยิ่งเราพักผ่อนได้ไม่เกิน 4 ทุ่มจะทำให้ความรู้ที่ได้รับเป็นความทรงจำระยะยาว เพราะฉะนั้นไม่ควรอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ
เทคนิคการอ่านเร็ว - การเริ่มต้นอ่านหนังสือ อย่าอ่านจากหน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้ายอย่างละเอียด ให้เริ่มจากการอ่านผ่านๆ ดูที่ Bullet หรือตัวหนังสือของแต่ละหน้า ที่เป็นตัวใหญ่ ตัวเน้นสีดำก่อน ควรอ่านไม่ใช้เวลามากเกิน 10 นาที - อย่าอ่านสิ่งที่เราอยากรู้ หรือรู้แล้ว ให้เลี่ยงไปอ่านสิ่งที่เรายังไม่รู้หรือไม่เข้าใจก่อน - หากไม่เข้าใจเนื้อหาให้เรียนถามคุณครูหรือถามเพื่อน การถามเพื่อนจะให้คำอธิบายด้วยภาษาเดียวกันเข้าใจง่าย แต่ดีที่สุดคือ เรียนถามคุณครูจะดีกว่า โดยเฉพาะคุณครูผู้ออกข้อสอบหรือครูผู้สอน - ทุกครั้งที่อ่านหนังสือจะต้องมีกระดาษหรือสมุดจด ปากกาหลากสี โดยควรอ่านพร้อมจดบันทึกโน้ตย่อด้วย หรือทำ Mind Map หลังจากนั้นจึงมาทบทวนภายหลังจากโน้ตย่อ - หัดทำ Mind Map จะทำให้จดจำเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น - การใช้ปากกาหลากสี จะทำให้จดจำรวดเร็วขึ้น ควรแยกกลุ่มข้อมูล โดยใช้สีต่างกัน - ติดโน้ตย่อไว้ให้เห็นง่ายๆ เพื่อการทบทวน
หากอ่านหนังสือแล้วง่วงนอน คุณ หนูดี แนะนำว่าให้เข้านอนเลย เพราะอ่านไปจะไม่รู้เรื่อง แล้วจึงตื่นมาอ่านตอนเช้าตรู่ ดังนาฬิกาชีวิตที่ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วง 4 ทุ่ม ซึ่งประมาณ ตี 3 ร่างกายจะเริ่มทำงาน เช่น ปอด ฉะนั้น เราสามารถตื่นนอนได้ตั้งแต่ ตี 3 เป็นต้นไป แต่หากตื่นไม่ไหว (คุณ หนูดี ไม่ได้ตื่นมาอ่านหนังสือตอนตี 3 เหมือนกันค่ะ) ตื่นประมาณ 04.30 น.หรือ 05.00 น. ก็ได้
บอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ของการเป็นดีเจ โดยเริ่มจากการอ่านสปอตโฆษณา และมีความชอบในอาชีพดีเจ จึงฝึกฝน เพราะฉะนั้นหากน้องๆ ใจรักต้องการประกอบอาชีพใด ให้เรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพนั้นๆ อย่างถ่องแท้ว่า เมื่อเข้าสู่การทำงาน ต้องทำอะไรบ้าง และเป็นอาชีพต้องการทำจริงๆ แล้วฝึกฝน ดีเจบอยเชื่อว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
อาชีพดีเจ เป็นอาชีพที่มอบความสุขให้ผู้ฟัง เป็นการเล่าเรื่องราว ข่าว ประสบการณ์ต่างๆ สู่ผู้ฟัง เพราะฉะนั้นจะต้องทันยุค ทันต่อสถานการณ์ ต้องติดตามข่าวสารตลอดเวลา และไม่ใช้การพูดเชิงลบ จะต้องใช้การพูดเชิงบวก เพื่อให้ผู้ฟังได้เสพสื่อที่ดีๆ ผู้ฟังได้ความรู้ สาระด้วย ต้องเตรียมข้อมูลสาระด้วย ต้องอ่านให้เยอะ ฟังให้เยอะ ดูให้เยอะ
ขอให้น้องๆ ค้นหาตัวเองให้เจอว่า ชอบอาชีพใด แล้วมุ่งฝึกฝนอย่างจริงจัง ขอให้โชคดีทุกคนครับ

 คุณนีน่า-กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ การศึกษา ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เอกวาทวิทยา ปริญญาโท ด้านการละคร ที่อเมริกา การทำงาน พิธีกรรายการ ผู้หญิงถึงผู้หญิง ผู้ประกาศข่าว จากเนชั่น ชาแนล ผู้กำกับเวที “ภัทราวดี เธียเตอร์”
การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สำคัญ หากเรามีความรู้ภาษาอังกฤษที่ดี จะมีโอกาสหางานดีๆ และค่าตอบแทนสูงกว่า ในปัจจุบันข่าวสารข้อมูลล้วนเป็นภาษาอังกฤษ หากเรามีความรู้ด้านภาษาอังกฤษดี จะทำให้เราเข้าถึงข้อมูลและถูกต้องได้มากกว่าคนอื่น และศึกษาต่อต่างประเทศ ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นในต่างประเทศ ยกตัวอย่าง การเดินจากออกจากสนามบินที่ต่างประเทศ เราสามารถอ่านข้อมูลตามป้ายบอกทางที่เป็นภาษาอังกฤษได้ โดยไม่ต้องสอบถามใคร หรือหากต้องการสอบถาม เราสามารถสื่อสารในสิ่งที่ตนเองต้องการสื่อให้ผู้อื่นเข้าใจได้
เทคนิคการทำให้ไม่กลัวฝรั่งหรือชาวต่างชาติ คนไทยมักจะกลัวฝรั่งหรือชาวต่างชาติเวลาเขาเข้ามาสอบถามเส้นทางเดินรถ เส้นทางไปสถานที่ต่างๆ เราควรแก้ปัญหาโดย สร้างความมั่นใจ ขอให้น้องๆ ท่องไว้ “มั่นใจ” ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงความมั่นใจในตัวเอง
ใกล้ชิดชาวต่างชาติบ้าง หาโอกาสพูดคุยกับชาวต่างชาติบ้าง การเรียนพิเศษกับอาจารย์ชาวต่างชาติบ้าง ทำให้คลายความกลัวชาวต่างชาติได้ คุณนีน่าเคยเรียนเต้น และเปียโนกับครูฝรั่ง ในระยะแรกเกิดความกลัวฝรั่ง แต่เมื่อเรียนไป คุณครูไม่ดุ อย่างที่คิดไว้ จนสามารถพูดคุยกับครูฝรั่งได้ เพราะประโยคเดียว “มั่นใจ”
หากชาวต่างชาติมาพูดคุยแล้วเราไม่เข้าใจ เขาพูดเร็วมาก ให้ท่องไว้ “Slowly, please.” “Again, please.” “Could you please say that again?”
ไม่ต้องกลัวชาวต่างชาติ เพราะเราเป็นเพื่อนกันทั้งโลก ชาวต่างชาติถือว่า ภาษาไทย เป็นภาษาต่างประเทศของเขา เช่นเดียวกับที่เราถือว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ มีชาวต่างชาติจำนวนน้อยที่พูดหรือเขียนภาษาไทยได้คล่อง คนไทยเรามีความรู้ภาษาอังกฤษ พูดได้ แต่เรากลัวที่จะพูดมากกว่า เพราะฉะนั้น เราต้องสร้างความมั่นใจในการพูด
เทคนิคจำศัพท์แม่น - หัดเปิดพจนานุกรมให้เป็นนิสัย - เมื่อพบคำศัพท์ที่ไม่รู้ความหมาย ให้รีบจดไว้ แล้วรีบเปิดพจนานุกรม สิ่งที่เราอยากรู้จะจำแม่น - หัดนึกคำศัพท์จากภาษาไทย เป็นภาษาอังกฤษ จดไว้ แล้วเปิดพจนานุกรม จะได้คำศัพท์เพิ่มและจดจำได้ดี
เทคนิคสำเนียงภาษาอังกฤษดี - ให้เลียนสำเนียงจากชาวต่างชาติ ได้ยินอย่างไร ให้พูดอย่างนั้น - ดูหนัง ฟังเพลง หลับตาฟัง จะทำให้ได้ยินชัดขึ้น (แต่ไม่ใช่ตอนพูดกับชาวต่างชาติ แล้วหลับตาฟังนะคะ) - ลงเสียงหนักเบา (Stress) ให้ถูกพยางค์ เช่น beautiful เน้นพยางค์แรก บิ้วติฟูล เป็นต้น ฝึกเปิดพจนานุกรมที่มีการเน้นพยางค์ให้ โดยเป็นตัวหนาให้ - ฝึกฝนภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์ เพลง คาราโอเกะ เกมบางเกมสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษได้ - ให้คิดเสมอว่า เราทำได้ เราก็จะทำได้

 คุณแทนคุณ (อี้) จิตต์อิสระ การศึกษา ปริญญาตรี-โท สาขาจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ - ผู้อำนวยการสถาบันฮั่นอี้ สอนภาษาจีน - พิธีกรรายการโทรทัศน์ - นักจิตวิทยา - คอลัมนิสต์ - วิทยากร - ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิด้านเด็ก และเยาวชน
น้องๆ ควรกำหนดเป้าหมายในชิวิตว่าต้องการประกอบอาชีพใด แล้วเริ่มหารายละเอียดในอาชีพนั้นๆ ลองดูว่าเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ วิเคราะห์ตัวเองให้ได้ว่าเป็นคนอย่างไร เช่น เป็นคนที่ชอบอยู่ในกรอบ ระบบ ระเบียบ ชอบงานเอกสาร พบปะผู้คน หรือ ชอบงานอิสระ ใจร้อนหรือใจเย็น หางานที่เหมาะสมกับลักษณะนิสัยและความชอบ ความถนัดด้วย ว่าเราชอบเรียนวิชานี้ ทำคะแนนวิชานี้ได้ดี ควรเรียนอะไรต่อ และประกอบอาชีพใด
ขอขอบคุณ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
|
 |
คุณอี้ เปิดโอกาสให้น้องๆ พูดคุยถึงอาชีพที่ใฝ่ฝัน โดยใช้ เทคนิค “มองหน้าแล้วรู้ใจ” ซึ่งน้องๆ จะได้รับไปปรับใช้ในการเรียนให้ตรงกับลักษณะนิสัย
นอกจากนี้ น้องๆ ควรมีธรรมะในการใช้ชีวิต ควรดูแลบิดามารดา แสดงความรัก ความเอาใจใส่ พูดจาไพเราะ ไม่ก้าวร้าว กับท่าน แล้วจะเจริญ

 พศิน มนูรังษี เหรียญทอง แข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ.2553 ณ ประเทศแคนาดา เหรียญทอง คณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2551 มีคะแนนเป็นอันดับ 8 ของโลก เหรียญเงิน คอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2552 เหรียญเงินคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2550 เหรียญทองโอลิมปิกคณิตศาสตร์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2552 เหรียญทองโอลิมปิกคณิตศาสตร์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2550
คราวนี้ น้องพศิน พกดีกรีเหรียญทองคอมพิวเตอร์โอลิมปิกมาด้วย สุดยอดจริงๆ ทีมงานวิชาการดอทคอมแสดงความยินดีด้วย พร้อมมอบการ์ดแสดงความยินดี
น้องพศินให้ความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์โอลิมปิก ประสบการณ์ที่ได้ไปแข่งขันมาครั้งล่าสุด พร้อมกับมุขเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ในการเล่าอย่างสนุกสนาน จนอยากไปแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกบ้าง มีน้องๆ หลายคนเข้ามาสอบถามนอกรอบถึงเส้นทางคอมพิวเตอร์โอลิมปิก เพื่อให้รู้ว่าเขียนโปรแกรมอย่างไร ให้ได้ไปแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกบ้าง
ค่ายโอลิมปิกวิชาการ คือ ค่ายที่เชิญประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิกทั่วโลกมาร่วมการแข่งขัน เพื่อเป็นการกระตุ้นการศึกษา ด้านวิชาการ การแข่งขันโอลิมปิกจัดมาเป็นระยะเวลานานกว่า 50 ปีแล้ว
การที่เราจะเข้าค่ายโอลิมปิกได้ เราต้องผ่านค่ายต่างๆ ก่อน ได้แก่ ค่าย สอวน. ที่มีศูนย์อยู่ทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกน้องๆ จากทั่วประเทศเป็นตัวแทนศูนย์ จะมีอาจารย์มาอบรม และมีการแข่งขันตัวแทนศูนย์ทั่วประเทศ เรียกว่าการแข่งขัน สอวน.ระดับชาติ ผู้ที่ได้รับเหรียญจะได้เข้าค่ายโอลิมปิกของ สสวท.และเข้าค่ายโอลิมปิก มีอาจารย์มาอบรม จนได้รับคัดเลือกผู้แทนในแต่ละสาขาวิชา ซึ่งประเทศไทยส่ง 5 วิชา คือ ฟิสิกส์โอลิมปิก คณิตศาสตร์โอลิมปิก คอมพิวเตอร์โอลิมปิก เคมีโอลิมปิก ชีววิทยาโอลิมปิก
การไปแข่งขันต่างประเทศจะมีการแข่งขัน 2 วัน มีโจทย์ให้ทำ ให้แก้ปัญหา และพาไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญของประเทศนั้นๆ ซึ่งได้รับความรู้เพิ่มขึ้น ได้รู้จักเพื่อนประเทศต่างๆ
เทคนิคการเรียนเก่ง เราต้องตั้งใจเรียนเวลาเรียน มีสมาธิในการเรียน ส่วนเวลาทำกิจกรรมให้ตั้งใจและสนุกกับการทำกิจกรรม
ปีหน้าเราจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกที่พัทยา มีการแข่งขัน IOI Thailand League หรือการแข่งขันโค้ดจม น้องๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.vcharkarn.com/olympic


ชมคลิปกิจกรรม Road Show ได้ที่ www.vcharkarn.com/roadshow
โครงการกิจกรรม Road Show “Knowledge Delivery to School” (ส่งความรู้สู่โรงเรียน) หัวข้อ : ส่งเสริมเด็กเก่ง สร้างสรรค์เด็กดี” ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่โรงเรียนใด โปรดติดตามนะคะ และหากต้องการให้ทีมงานวิชาการดอทคอมไปจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ที่โรงเรียนของท่าน กรุณาติดต่อทีมงานได้ค่ะ www.vcharkarn.com/roadshow

 DJ บอย – ฌาฆฤณ ชุมมิ่ง การศึกษา ปริญญาตรี เทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัย มศว. การทำงาน ดีเจสุดฮ็อต จาก 95.5 Virgin Hit
|